เป็นวิธีการทำบุญอย่างหนึ่งที่อยู่ในส่วนของภาวนามัยในพุทธ
ศาสนา เพราะคำว่า เนกขัมมะ๑ หมายถึงการออกจากกาม หรือการออกบวช๒ เป็นหนทางออกใน
การแก้ปัญหาที่สำคัญประการหนึ่งในเมื่อบุคคลมองเห็นการอยู่แบบชาวบ้านแล้วมีโทษภัย เพราะ
ในหมู่ประชาชนนั้นมีบุคคลบางคนที่รู้จักคิดพิจารณามองเห็นชีวิตของหมู่มนุษย์ในสังคม ที่มีความ
เป็นไปทั้งทางดีและทางร้าย บางครั้งสังคมก็มีความเสื่อม บางครั้งก็มีความเจริญผันผวนปรวนแปร
ไปต่าง ๆ ไม่เที่ยงแท้แน่นอน หาสาระและความสุขแท้จริงไม่ได้
การมีชีวิตอยู่ท่ามกลางสังคม นอกจากวุ่นวายหาความสุขจากความสงบได้ยากแล้ว ก็
มักไม่เปิดโอกาสแก่การที่จะแสวงหาความเข้าใจและความรู้จริงเกี่ยวกับชีวิต จึงมีคนบางคนในหมู่
ชนเหล่านั้นปลีกตัวออกจากสังคม แล้วออกไปอยู่ในที่ห่างไกล เพื่อจะได้มีความสุขสงบและมีเวลา
คิดค้นสิ่งต่างๆ ไม่ถูกรบกวนด้วยเรื่องที่วุ่นวายเกี่ยวกับคนอื่นด้วยการปลีกตัวออกไปจากสังคมนั้น
ก็จึงได้เกิดมีชีวิตแห่งการบวชขึ้นมาผู้ที่ออกบวชเหล่านี้ก็ไปอยู่ตามป่าตามเขา ในที่สงัด เช่นในถ้ำ Read the rest of this entry »
แปลความหมายง่ายๆ ว่า เว้นสละ ละได้ หมายถึง การสละละบาป ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ดีไม่งาม หรือ อกุศลต่างๆ เป็นอุบายฝึกอบรม ตนในทางสงบ เว้นจากความชั่วมีการเบียดเบียนกันและกัน เป็นต้น๕ เพราะว่า บาปหรืออกุศลต่างๆ นั้นไม่ใช่ว่าจะละได้ง่ายๆ บางทีละภายนอกแล้วแต่ภายในยังละไม่ได้ ละทางกายแล้วก็ยังติดอยู่ในใจกว่าจะละทางใจได้ต้องฝึกฝนพัฒนากันมาก การบวชนี้จึงถือว่าเป็นการฝึกฝนตนเอง คือ การศึกษาในการที่จะพยายามละหรือขจัดกิเลส สิ่งเศร้าหมองจิตความชั่วร้ายต่างๆ ให้หมดไป กิเลส ตัวสำคัญที่เด่นชัดอันจะพึงละก็คือ ความเห็นแก่ตัวที่ทำให้คนแสวงหาแต่สิ่งเสพเครื่องบำรุงบำเรอตัวเอง หลงระเริงมัวเมาในกาม หรืออามิสต่างๆ และข่มเหงรังแก แย่งชิง เบียดเบียนกัน การบวช จึงมีความหมายด้วยว่า เป็นการละเว้นปลีกตัวออกไปจากการเบียดเบียน และปลีกตัวออกจากกาม ทั้ง
กิเลสกามและวัตถุกาม อีกความหมายหนึ่งที่พ่วงมาด้วยก็คือ สละเครื่องห่วงกังวลภายนอก คือ
ทรัพย์สินเงินทอง วัตถุสิ่งของต่างๆ ไม่มีความผูกพันยึดติดในสิ่งเหล่านั้น ซึ่งมีความหมายต่อไปว่า
จะได้มีชีวิตที่เป็นอิสระ เพราะฉะนั้น คำว่า บวช นี้จึงมีความหมายอีกอย่างหนึ่งว่า “ไปได้ทั่ว” คือ Read the rest of this entry »
๑.๒.๑ เพื่อศึกษาความเป็นมาและความสำคัญของการบวชเนกขัมมะ
๑.๒.๒ เพื่อศึกษาแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ
๑.๒.๓ เพื่อศึกษาทัศนคติที่เกี่ยวกับระดับการตัดสินใจในการบวชเนกขัมมะของ
พุทธศาสนิกชน วัดนครป่าหมาก เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร
๑.๒.๔ เพื่อเปรียบเทียบปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจบวชเนกขัมมะของ
พุทธศาสนิกชน วัดนครป่าหมาก เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร
๑.๓ ขอบเขตการวิจัย
งานวิจัยเรื่อง “ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจในการบวชเนกขัมมะของ
พุทธศาสนิกชน: ศึกษากรณี วัดนครป่าหมาก เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร” โดยมุ่งศึกษาปัจจัยที่มี
ผลต่อการตัดสินใจในการบวชเนกขัมมะของพุทธศาสนิกชน ผู้วิจัยได้กำหนดขอบเขตการวิจัยดังนี้
๑.๓.๑ ขอบเขตด้านเนื้อหา
ผู้วิจัยมุ่งศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจในการบวชเนกขัมมะของพุทธศาสนิกชน
(๑) ปัจจัยทางการสื่อสาร (๒) ปัจจัยทางสื่อมวลชน (๓) ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม (๔) ปัจจัยทางความ
เชื่อ และจากการทบทวนแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง Read the rest of this entry »
ความเป็นมาของการบวชเนกขัมมะมีความเป็นมายาวนาน ตั้งแต่สมัยที่พระพุทธเจ้า
เสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์ บำเพ็ญบารมีอยู่จนนับชาติไม่ถ้วน จนได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
แล้วออกเผยแผ่ประกาศศาสนา จนมีสาวกผู้รู้ตาม และออกบวชตาม ต่อมารูปแบบของการบวชใน
พระพุทธศาสนา แบ่งออกเป็น ๔ ประเภทคือ การบวชเป็นภิกษุ เป็นภิกษุณี เป็นสามเณร และเป็น
สามเณรี สำหรับรูปแบบของการบวชเนกขัมมะที่เข้าใจและนิยมกันโดยทั่วไปคือการนุ่งขาวห่มขาว
ถือศีล ๘ โดยไม่ต้องโกนผม แต่มาเข้าพักปฏิบัติธรรมที่วัด หรือสถานที่ปฏิบัติธรรมที่มีการจัดบวช
ตามโอกาส ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ เนกขัมมะ หมายถึงการหลีกออกจากเรือน งดเว้นจากฆราวาสวิสัยผู้ยังเกี่ยวข้องด้วย
กามคุณ ไปบำเพ็ญสมณธรรมในป่าที่สงบ สงัดจากผู้คน หรือในปัจจุบันป่าลดน้อยลงไป ก็อาศัยวัด
หรือสำนักปฏิบัติธรรม ที่มีสถานที่และบรรยากาศอันสงบเป็นสัปปายะเหมาะแก่ผู้สนใจใฝ่ปฏิบัติ
ส่วนมากนิยมใช้รวม ๆ กันเรียกว่า การบวชเนกขัมมะ Read the rest of this entry »
จากที่กล่าวมาข้างต้นทั้งนี้ เนกขัมมะ หมายถึง
Author: thamma | Filed under: Uncategorizedการออกไปจากกามคุณ การออกจากเรือนถือบวชเพื่อละเว้นจากกามคุณสิ่งยั่วเย้าในอารมณ์ต่างๆ และความปลอดภัยจาก รูป เสียง กลิ่น รส และสัมผัส ซึ่งเป็นสิ่งล่อเร้าเย้ายวน
อีกประการหนึ่ง คำว่า เนกขัมมะเมื่อนำไปประกอบกับศัพท์อื่น จะได้ความหมายต่างๆ
กันไป เช่น ในหมวดกุศลวิตกว่า
๑) เนกขัมมวิตก ความตรึกปลอดจากกาม ความนึกคิดในทางเสียสละ ไม่ติดในการปรน
ปรือสนองความอยากของตน
๒) อพยาบาทวิตก ความตรึกปลอดจากพยาบาท ความนึกคิดที่ประกอบด้วยเมตตา ไม่
ขัดเคือง หรือเพ่งมองในแง่ร้าย
๓) อวิหิงสาวิตก ความตรึกปลอดจากการเบียดเบียน ความนึกคิดที่ประกอบด้วยกรุณาไม่
คิดร้ายหรือมุ่งทำลาย๑๐
ในอนุปุพพิกถา คือเรื่องที่กล่าวถึงตามลำดับ พระธรรมเทศนาที่แสดงเนื้อความลุ่มลึกลง
ไปโดยลำดับ เพื่อขัดเกลาอัธยาศัยของผู้ฟังให้ประณีตขึ้นไปเป็นชั้น ๆ จนพร้อมที่จะทำความเข้าใจใน
ธรรมส่วนปรมัตถ์ ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ยสะกุลบุตรเป็นปฐมคือ Read the rest of this entry »
ธรรมจักกัปปะวัตตนสูตร ที่ทรงแสดงแก่ปัญจวัคคีย์เป็นครั้งแรก
Author: thamma | Filed under: Uncategorizedซึ่งทรงประกาศ อริยสัจจ์ ๔ คือ ทุกข์ ควรกำหนดรู้ สมุทัย ควรละ นิโรธ ควรทำให้แจ้ง และ มรรค ควรเจริญ และทรงประกาศทางสายกลาง คืออริยมรรคมีองค์ ๘ หนทางอันประเสริฐ ๘ ประการคือ
๑) สัมมาทิฏฐิ เห็นชอบคือเห็นอริยสัจจ์ ๔ หรือเห็นไตรลักษณ์ เห็นปฏิจจสมุปปบาทเป็นต้น
๒) สัมมาสังกัปปะ ดำริชอบ ซึ่งประกอบด้วยเนกขัมมสังกัปปะ ดำริออกจากกาม อพยา
ปาทสังกัปปะ ดำริในความไม่พยาบาท อวิหิงสาสังกัปปะ ดำริในความไม่เบียดเบียนผู้อื่น
๓) สัมมาวาจา เจรจาชอบ คือกล่าววจีสุจริต ๔ เว้นวจีทุจริต ๔
๔) สัมมากัมมันตะ การงานชอบ คือประพฤติกายสุจริต ๓ เว้นกายทุจริต ๓
๕) สัมมาอาชีวะ เลี้ยงชีพชอบ คือเว้นมิจฉาชีพ ประกอบสัมมาชีพ
๖) สัมมาวายามะ พยายามชอบ คือปธาน หรือสัมมัปปธาน ๔
๗) สัมมาสติ ระลึกชอบ คือสติปัฏฐาน ๔
๘) สัมมาสมาธิ ตั้งจิตมั่นชอบ คือฌาน ๔๑๒ Read the rest of this entry »
